ต้นไม้แห่งชีวิต

 

    หากเราลองเปรียบชีวิตกับอะไรสักอย่าง ชีวิตคนเรานั้นอาจเปรียบได้กับต้นไม้ ทุกวันต้นไม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศต่างๆ ไม่ต่างจากคนเรา วันไหนที่ฝนตก ฟ้าคะนอง ต้นไม้ก็ต้องยึดมั่นอยู่กับผืนดิน เพื่อที่จะยืนต้นไว้ไม่ให้ล้ม ก็เหมือนกับเวลาเราประสบปัญหา เราก็ต้องตั้งสติและคิดหาวิธีที่จะแก้ปัญหาต่างๆให้ผ่านไปได้ด้วยดี หากวันไหนที่อากาศร้อน แสงแดดแผดเผา ต้นไม้ก็ต้องพยายามที่จะเก็บกักน้ำไว้ คนเราก็เช่นกัน ต้องรู้จักอดทน เก็บแรงกายแรงใจไว้ต่อสู้ฟันผ่าอุปสรรค วันไหนที่มีอากาศอุ่นสบาย ต้นไม้ก็พร้อมที่จะรับแสงแดดอันอบอุ่น ชีวิตคนเราก็เหมือนกับต้นไม้ พยายามที่จะมีชีวิตรอดพ้นไปในแต่ละวัน และพยายามที่จะยืนต้นไปให้ได้นานที่สุด ซึ่งไม่มีทางรู้เลยว่า พรุ่งนี้สภาพอากาศจะเป็นยังไง “ความตื่นเต้นของการมีชีวิตอยู่คือการที่เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร”

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

2 ตอบกลับที่ ต้นไม้แห่งชีวิต

  1. เวฬุวัน พูดว่า:

    การเปลี่ยนแปลงเคยอ่านเจอเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง แต่หาต้นฉบับไม่เจอแล้ว เล่าถึงเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง หล่อนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กนี้มานานตั้งแต่เด็ก หน้าบ้านของหล่อนมีต้นไม้ ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา จนทำให้บริเวณนั้นดูร่มรื่นเป็นพิเศษ และแล้ววันหนึ่งเมื่อต้นไม้นั้นพ่ายแพ้แก่กาลเวลา กิ่งก้านที่เคยร่มเย็นกลับก่อให้เกิดความยุ่งยากขึ้น เมื่อมันหักและหล่นใส่บ้านข้างเคียงบ่อยๆ จนกระทั่ง เป็นปัญหาถึงขั้นที่จะต้องโค่นล้มต้นไม้ใหญ่นั้นทิ้ง หลังจากหญิงสาวทราบว่าไม่สามารถจะคงต้นไม้นี้ไว้ได้ หล่อนถึงกับกังวลถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ต่อไปนี้ จะเอาร่มเงาจากไม้ใหญ่ที่ไหนคอยกำบังแดดฝน ไม่มีภาพที่เคยมีอีกแล้ว ยามมองออกไปนอกหน้าต่าง ยิ่งคิดไปต่างๆ นานา ก็ยิ่งให้รู้สึกเสียดายไม้ใหญ่นั้น ยิ่งวันที่ต้องตัดต้นไม้นั้น หล่อนได้ยินคำพูดจากเพื่อนของเธอที่ต้องการปลอบใจว่า “อย่าเสียดายกับสิ่งที่เสียไป จงตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่กำลังจะตามมา” แน่นอนว่าตอนนี้ไม่มีคำพูดใดๆ เจาะไชเข้าไปถึงตัวเธอๆ ได้ วันเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ ชีวิตของเธอหลังต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นเริ่มเปลี่ยนแปลง ทุกเช้าที่เธอตื่น เธอจะได้รับแสงแดดส่องเข้ามาในบริเวณห้องของเธอ จนทำให้วันนั้นเกิดรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันที เธอได้บริเวณบ้านมากขึ้น สำหรับปลูกไม้ดอกที่อยากจะปลูกมานาน เธอกลับเริ่มรู้สึกดีๆ กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มันไม่ได้แย่ไปอย่างที่เธอคาดไว้เสียทีเดียว ถ้าต้นไม้ใหญ่นั้นไม่ถูกโค่นลง วันนี้เธอคงไม่ได้เห็นภาพเด็กๆ วิ่งขึ้นลงรถรับส่งโรงเรียนอย่างร่าเริง ในอีกมุมตึกถัดไปอย่างชัดเจนเช่นนี้ ตอนนี้เธอเข้าใจกับคำว่า “อย่าเสียดายในสิ่งที่เสียไป แต่จงตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”เรื่องนี้บางทีคงถ่ายทอดได้ไม่ดีเท่าต้นฉบับ แต่ตอนอ่าน พออ่านจบแล้วรู้สึกว่ามันเป็นความจริงที่ส่วนมากแล้ว เรามักจะกลัวการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ความคิดจริงๆนะ คนเรามักกลัวที่จะเข้าไปในห้องมืดทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในห้องนั้นมีอะไรบ้าง แต่ไอ้ที่กลัวๆ อยู่มันอยู่ในความคิดทั้งนั้น อย่างบางคนก็กลัวที่จะสูญเสียคนรักไป ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มองหรอกนะว่าไอ้ที่กอดๆอยู่ มันเหมาะมันดีกับเราแล้วจริงหรือ กลัวว่าต่อไปถ้าขาดเขาหรือเธอไปชีวิตจะเป็นยังไง เดินห้างคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว กลัวเจอคนที่แย่กว่าเดิม อะไรก็ตามที่คุณกลัวและคิดไปเรื่อย จนทำให้คุณกลัวที่จะเปลี่ยนแปลง จนบางทียอมที่จะทนกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตคุณ แย่ลงไปยิ่งกว่าการเปลี่ยนแปลง คุณลองมองในอีกมุมที่หญิงสาวคนในเรื่องไม่ได้มองดูสิมุมมองที่เป็นบวกกับชีวิตคุณ มุมมองที่จะทำให้คุณ ก้าวต่อไปได้ด้วยความตื่นเต้นและยินดี

  2. Justice พูดว่า:

    เหมือนจะเคยอ่านเหมือนกัล พี่เอาไห้อ่าน จำได้อยุ่จะปิด หรือ จะ เปิด hi5 ?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s